เมื่อวานมีโอกาสได้อ่านหนังสือที่เป็นการรวบรวมบทสัมภาษณ์ของสิบชาวไทยผู้เป็นกำลังใจให้ชาติ แล้วก็ได้มาสะดุดกับทัศนคติบางอย่าง(จริงๆแล้วหนังสือเล่มนี้เล่นทำเอาผมสะดุดหลายรอบเหมือนกัน บางครั้งถึงขั้นหัวคะมำเลยก็มี)
ชาวไทยท่านนี้เป็นมีนามว่า อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ แต่ผู้เขียนหนังสือเล่มที่ผมอ่านได้ให้สมญานามว่าครูผู้สอนให้คนไทยมีปัญญา ไม่ใช่ความรู้
มีคำถามนึงที่ผมอ่านแล้วคิดว่า เออ... มันจริงเว้ย  คำถามนี้ผู้เขียนถามประมาณว่า "ทำไมความรักจึงเปรียบกับต้นไม้"
อาจารย์ผู้นี้สามารถตอบให้เห็นภาพได้จริงๆ ผมว่าเขาคงเป็นคนที่มีจินตนาการมากพอสมควร
อาจารย์บอกว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาตร์ แต่ผมว่าอาจารย์คงมีความเป็นนักกวีปนอยู่ด้วย ทำให้คำตอบของอาจารย์มีทั้งการเปรียบเปรย และวิทยาศาสตร์ปนกันอยู่
คำตอบของอาจารย์คือ สังเคระห์แสง......ทำผมงง......ว่าทำไมความรัก ต้นไม้ และการสังเคราะห์แสงมันเกี่ยวข้องกัน
อาจารย์ขยายความต่อว่า สังเคระห์แสงมันก็คือการสร้างน้ำตาล น้ำตาลสร้างขึ้นที่ใบ แต่ใบส่งน้ำตาลไปสะสมที่ราก รากก็แตกแขนงไปดูดอาหารอีก เมื่อรากดูดอาหาร มันก็ไม่ได้เก็บไว้ แต่มันส่งย้อนกลับไปที่ใบ เมื่อใบได้สารอาหารมันก็แตกยอดอ่อน ผลิกิ่งก้านสูงขึ้นไปอีก แล้วมันก็สังเคระห์แสงอีก สร้างน้ำตาลอีก แล้วก็ส่งกลับไปที่รากอีก กลับไปกลับมา ยอดก็ยิ่งโต รากก็ยิ่งโต
ผมพอจะสรุปความได้ว่าถ้าเราให้ เราก็จะได้รับ ความรักคงเหมือนการให้ ถ้าเราให้เราก็ได้กลับคืน มันก็จะยิ่งหล่อเลี้ยงให้เกิดสิ่งดีๆขึ้น ต้นไม้ก็คงเหมือนคนที่ยืนอยู่ได้เพราะความรัก
อาจารย์ยังสอนเพิ่มอีกว่า ถ้าเราคิดแต่จะรับ คิดแต่จะเทคจากคนอื่นคงไม่ต่างจากกาฝาก พอรากส่งอาหารขึ้นไปยังไม่ถึงใบก็ถูกดูด ใบก็ไม่มีอาหารไปสังเคราะห์แสงก็จะเหี่ยวตาย และกาฝากเองพอต้นไม้ตาย มันก็จะตายตามมาในที่สุด
นี่แหละที่ทำผมสะดุดหัวคะมำในการเปรียบเปรยความรักกับต้นไม้ ความรักคงคือการให้ การให้ทำให้ความรักอยู่ได้เช่นกัน

Comment

Comment:

Tweet